9 ประโยชน์ของซิงค์ช่วยอะไรบ้าง (ถ้าทานให้ถูกตามปริมาณที่แนะนำ)

9 ประโยชน์ของซิงค์ช่วยอะไรบ้าง (ถ้าทานให้ถูกตามปริมาณที่แนะนำ)

สารบัญเนื้อหา

ซิงค์ (Zinc) แร่ธาตุสังกะสี ที่ไม่เหมือนแร่ธาตุทั่วไป

ซิงค์ (Zinc) หรือ แร่ธาตุสังกะสี เป็นสารที่ไม่ได้ให้พลังงานอะไรเลยต่อร่างกาย แต่ก็เป็นแร่ธาตุที่มีแทบจะทุกเซลล์ของร่างกาย เพราะว่าซิงค์ทำงานร่วมกับเอนไซม์ กว่า 300 ชนิด ในร่างกายคนเรา ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ ดังนั้นการการจะมีแร่ธาตุนี้ได้จำเป็นต้องกินเท่านั้น แต่การจะกินซิงค์นั้น ไม่ใช่ว่าจะกินๆเข้าไปเยอะๆ กินให้ร่างกายดูดซึมได้เร็วๆ เลย เพราะซิงค์เป็นธาตุที่ส่งผลในระยะยาว อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆตามมาถ้ากินไม่ถูกวิธี ฉนั้นควรรู้ว่าซิงค์ กินตอนไหน ถึงจะได้ประโยชน์ต่อร่างกายจริงๆ อ่านเพิ่มเติม

9 ประโยชน์ของซิงค์ช่วยอะไรบ้าง

9 ประโยชน์ของซิงค์ช่วยอะไรบ้าง

ก่อนไปดูว่า ซิงค์ช่วยอะไรบ้าง สเปิร์กขอแนะนำก่อนว่าซิงค์จะมีประโยชน์อย่างมาก ถ้าทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และซิงค์มีปริมาณที่แนะนำต่อวันแตกต่างกันไปตาม อายุ เพศ ถ้าไม่แน่ใจให้ไปดูที่ตารางในบทความนี้ Zinc คืออะไร

ปริมาณซิงค์ที่แนะนำต่อวันคร่าวๆ ผู้หญิง 19 ปีขึ้นไป 8 มก./วัน ผู้ชาย 14 ปีขึ้นไป 11 มก./วัน ปริมาณสูงสุดที่แนะนำสำหรับทุกเพศที่อายุ 19 ปีขึ้นไปคือ 40 มก./วัน ควรทานให้ได้เท่าปริมาณที่แนะนำต่อวัน แต่ไม่ควรเกินปริมาณสูงสุด เพราะเป็นเวลานานๆ เพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น ภูมิคุ้มกันลดลง ทองแดงต่ำ

1.ลดการอักเสบ

แร่ธาตุสังกะสีช่วยลดความเครียดของออกซิเดชัน และลดระดับการอักเสบของโปรตีนบางอย่างในร่างกาย
ซึ่งความเครียดออกซิเดชัน จะนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังต่างๆ ซึ่งจะเอื้อต่อการเจ็บป่ว ต่างๆที่ตามมา เช่น โรคหัวใจ , โรคมะเร็ง
มีการศึกษา ชายอายุ 40 ปี ที่มีการบริโภคแร่ธาตุสังกะสี 45 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่ามีการอักเสบลดลงกว่าการทานยา

2.อาจช่วยรักษาสิว

สิวหนึ่งในโรคผิวหนังที่พบบ่อยมาก และประชากรโลก 9.4% อาจจะเจอปัญหาของโรคผิวหนังชนิดนี้
มีการศึกษาพบว่า การบริโภคแร่ธาตุสังกะสี ช่วยลดปัญหาในช่องปาก และ สามารถรักษาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก โดยช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและยับยั้งต่อมความมัน อ่านเพิ่มเติม

3.เร่งการรักษาบาดแผล

ซิงค์นิยมใช้ในโรงพยาบาล ในการรักษาแผลไฟไหม้ และการบาดเจ็บบริเวณผิวหนังต่างๆ เนื่องจาก ซิงค์ มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์คอลลาเจนขึ้นมา เพื่อช่วยการทำงานของภูมิคุ้มกัน และช่วยการอักเสบ ซิงค์จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักาษาผิวหนัง และในผิวยังมีปริมาณของซิงค์ถึง 5% ในขณะเดียวกันนั้นการขาดซิงค์ จะทำให้แผลหายช้ายิ่งขึ้น ฉนั้นถ้าเกิดเป็นแผลและหายช้า ให้สันนิษฐานว่าร่างกายขาดซิงค์ไว้ก่อน แต่บางทีแผลหายช้าอาจเกิดจากปัจจัยอื่นที่ร้ายแรงกว่า อย่างเช่นโรคเบาหวาน
มีการศึกษาผู้ป่วยเบาหวาน 60 คน ที่เป็นแผลที่เท้า เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ด้วยการบริโภคซิงค์ 200 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่าขนาดแผลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

4.ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน

ซิงค์มีส่วนช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น เนื่องจากซิงค์จำเป็นต่อการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกกัน ซึ่งการขาดซิงค์ในเซลล์ของร่างกาย นำไปสู่ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง
มีการศึกาาพบกว่า ซิงค์ 80-92 มิลลิกรัมต่อวัน ลดโรคหัวใจได้ถึง 33% เลยทีเดียว และยิ่งไปกว่านั้น ซิงค์ยังช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้สูงอายุดีขึ้น อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย

5.ลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุ

ซิงค์ อาจเป็นส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับอายได้ อย่างเช่น โรคปอดบวม , การเสื่อมของจอประสาทตาที่เกี่ยวข้องกับอายุได้ เพราะซิงค์ช่วยบรรเทาความเครียดออกซิเดชัน และเป็นส่วนช่วยในการใช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น โดยการส่งเสริมการทำงานของเซลล์ในร่างกาย และยังช่วยป้องกันร่างกายจากการติดเชื้ออีกด้วย มีการศึกษาพบว่า การบริโภคซิงค์ 45 มิลลิกรัมต่อวัน อาจลดการติดเชื้อในผู้สูงอายุได้เกือบ 66% เลยทีเดียว และนอกจากนี้ยังมีการศึกษาจากผู้ร่วมทดสอบกว่า 4,200 คน ใยการบริโภคสารต้านอนุมูลอิสระ , วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน 80 มิลลิกรัม ทุกวัน พบว่าช่วยลดปัญหาจากการมองเห็น และลดความเสื่อมของจอประสาทที่เกี่ยวกับอายุได้ อย่างมีนัยสำคัญ

6.โรคเรื้อรัง

เนื่องจากซิงค์มีคุณสมบัติในการต้านสารอนุมูลอิสระ ซิงค์เลยช่วยลดความเครียดของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งความเครียดของเซลล์ในร่างกายจะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง แต่เมื่อลดความเครียดของเซลล์ในร่างกายลงได้ โรคเรื้อรังต่างๆก็อาจดีขึ้นได้

7.จอประสาทตาจากอายุ

นอกจากซิงค์จะลดความเครียดของเซลล์ในร่างกายแล้ว ซิงค์ยังป้องกันความเสียหายของเซลล์ในจอประสาทตาอีกด้วย และซิงค์ยังอาจมีส่วนช่วยชะลอการลุกลามของจอประสาทตาเสื่อมจากอายุอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่
มีการศึกษาในปี 2020 ที่พบว่า การขาดธาตุสังกะสีหรือซิงค์ อาจมีบทบาททำให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น แต่น่าเสียดายที่การศึกษายังค่อนข้างเล็ก จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อนี้

8.บำรุงสมมรถภาพทางเพศผู้ชาย

ในผู้ชายที่ได้รับซิงค์น้อยเกินไป อาจนำไปสู่ การพัฒนาทางเพศที่ล่าช้า หรือเป็นหนุ่มช้ากว่าปกติ และ อาจเป็นปัญหากับสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายวัยอื่นๆอีกด้วย
และยังมีการศึกษาที่พบว่าผู้ชายที่ทานซิงค์เพียงพอ มีแนวโน้มที่สุขภาพของอสุจิจะดีขึ้น และ เยอะขึ้น ทำให้มีลูกง่ายขึ้น
แต่การศึกษาจำนวนมากบ่งบอกว่า การได้รับซิงค์ไม่เพียงพอต่อวัน อาจทำให้สเปิร์มอ่อนแอลง และทำให้อสุจิขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีลูกยากขึ้น

9.รักษากระดูกพรุน

มีการศึกษาโดยการให้คนที่มีปัญหาทางกระดูก ทานซิงค์เพื่อรักษา พบว่าการรักษากระดูกด้วยซิงค์อย่างเป็นระบบ อาจใช้เป็นวิธีรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกได้
และยังมีการศึกษาหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า มีการสะสมของสังกะสีในดูกโดยเฉพาะบริเวณที่มีเนื้อเยื่อ
นอกจากนี้ยังมีการพบอีกว่า คนที่มีความบกพร่องทางกระดูก จากโรค หรือการบาดเจ็บ สามารถใช้ซิงค์ในปริมาณที่เหมาะสม วิธีที่ถูกต้อง ในช่วงเวลาที่เหมาะสม สามารักษาปัญหาที่เกิดกับกระดูกนี้ได้
อย่างไรก็ตาม การใช้ซิงค์รักษากระดูกต่างๆจำเป็นต้องมีการทดลองเพื่อกำหนดสูตรยาให้เหมาะสมกับกรณีที่เกิดกับกระดูก ต่อไป เพื่อที่จะได้ใช้ซิงค์ในการรักษากระดูกให้เหมาะสมไปตามกรณี

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน

  • ผู้หญิงที่อายุ 19 ปีขึ้นไป ขึ้นไป ไม่ควรเกิน 8 มก./วัน
  • ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ อายุมากกว่า 19 ปี มากกว่า 11 มก./วัน
  • ผู้ชาย14 ปีขึ้นไป 11 มก./วัน
  • ปริมาณสูงสุดที่แนะนำต่อวัน สำหรับคนอายุ 19 ปีขึ้นไป คืออ 40 มก./วัน เกินนี้อาจเกิดอันตรายได้

ดูตารางเพิ่มเติม

สรุป

ซิงค์ช่วยอะไรบ้างนั้นส่วนใหญ่จะดีต่อสุขภาพถ้าบริโภคแต่พอดี แต่ถ้าบริโภคเยอะจนเกินไป อาจจะส่งผลเสีย มากกว่าผลดีที่ตามมา อาหารเสริมซิงค์บางชนิดอาจมีซิงค์ถึง 15 มก. ซึ่งเกินปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้หญิงต่อวัน แต่ยังดีที่ไม่เกินปริมาณสูงสุดที่แนะนำต่อวัน แต่ถ้ามีการไปทานอาหารอื่นๆที่มีซิงค์อย่าง หอยนางรม ร่วมด้วยมากเกินไป อาจทำให้ซิงค์ส่งผลตรงกันข้าม ฉนั้นก่อนจะทานซิงค์ควรศึกษาข้อมูลก่อนรับประทาน และการทานที่ถูกต้อง เพื่อเลี่ยงอาการที่ไม่พึงประสงค์ที่ตามมาอย่างเช่น การอาเจียน เป็นต้น

Facebook
Twitter

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

สารบัญเนื้อหา

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ