ต่อมลูกหมากโต อันตรายไหม รักษายังไงได้บ้าง

ต่อมลูกหมากโต อันตรายไหม รักษายังไงได้บ้าง

สารบัญเนื้อหา

ก่อนจะไปดูว่าต่อมลูกหมากโต อันตรายหรือไม่นั้น ควรรู้ไว้ก่อนว่า ต่อมลูกหมากโต คือ ภาวะที่อวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์ชื่อ ต่อมลูกหมาก (ไม่ใช่ลูกอัณฑะ) เกิดการขยายตัวใหญ่ขึ้น จนเกิดการเบียดบังท่อปัสสาวะ ทำให้ท่อปัสสาวะตีบ และเล็กลง เลยเกิดปัญหาต่างๆเกี่ยวกับปัสสาวะตามมา และที่สำคัญต่อมลูกหมากโต เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ชายเพียงเท่านั้น และจะเจอได้ในผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป มีโอกาส 30% ที่จะเป็น (แต่เด็กก็อาจจะเป็นได้ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง) และจะเสี่ยงเรื่อยๆถึง 80% จนถึงอายุ 70 ปี และจะเสี่ยงมากกว่าคนปกติ ถ้ามีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมร่วมด้วย

ต่อมลูกหมากโต อันตรายไหม

ต่อมลูกหมากโต อันตรายไหม

ต่อมลูกหมากโต อันตรายไหม คำตอบคือ ไม่อันตราย แต่การเป็นต่อมลูกหมากโตมักมาพร้อมกับโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อันตายกว่า นั่นเป็นเพราะว่า เมื่อต่อมลูกหมากมีการขยายจนไปเบียดระบบทางเดินปัสสาวะทั้งหมด จะเกิดผลข้างเคียง และโรคแทรกซ้อนที่ทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิม ฉนั้น ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิต ถ้ารู้ว่าตัวเองเริ่มมีอาการ

ภาวะแทรกซ้อนต่อมลูกหมากโต

จากที่กล่าวไปก่อนหน้าว่า ต่อมลูกหมากโตไม่อันตราย แต่โรคแทรกซ้อนที่ตามมานั้นอันตรายกว่ามาก อาจถึงขั้นไตวายเลยก็ว่าได้

  1. ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection)
  2. นิ่วในกระเพราะปัสสาวะ (Bladder Stones)
  3. ภาวะปัสสาวะเป็นเลือด (Haematuria)
  4. ไตวาย ไตเสื่อม (Kidney Disease)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนต่อมลูกหมากโต

โรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุ เท่านั้นเหรอ ?

ต่อมลูกหมากโต โดยส่วนใหญ่แล้วจะพบเจอในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป และสาเหตุส่วนใหญ่นั้นยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าเพราะอะไรกันแน่ แต่มีการสันนิษฐานว่าเป็นเพราะฮอร์โมนเพศชาย ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เมื่ออายุมากขึ้น เลยส่งผลให้ต่อมลูกหมากมีการโตขึ้นผิดปกติ
แต่ก็ยังมีการเจอต่อมลูกหมากโต ในเด็กอายุ 17 ปี! ข้อมูลจาก หอสมุดแพทย์ศาสตร์ แห่งชาติ ร็อควิลล์ ไพค์เบเทสดา จากสหรัฐอเมริกา ได้รายงานว่ามีการพบเด็กชายอายุ 17 ปี จากการตรวจอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กชายอายุ 17 ปีคนนี้กันแน่  อ่านเพิ่มเติม

การรักษาต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมากโตไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่มีโอกาสกลับมาเป็นปกติอีกครั้งหากมีการดูแลตัวเองดีๆ จากการสำรวจพบว่า ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัด 75 จาก 100 คน มีอาการลดลงจริง และสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นอีกด้วย แต่ก็ยังไม่หายขาดอยู่ดี และยังมีผลข้างเคียงหลังจากการผ่าตัดตามมาอีกด้วย หรือจะเป็นการที่ไม่ควรนิยมกันเท่าไหร่ เพราะการกินยาเยอะๆไม่ดีต่อสุขภาพ อีกทางเลือกคือการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต เพื่อลดอาการต่อมลูกหมากโต

ผ่าตัดต่อมลูกหมาก อันตรายไหม ?

การผ่าตัดต่อมลูกหมากโตนั้น ทำให้ดีขึ้น แต่ก็ยังมีอาการอยู่นิดหน่อย โดยการผ่าตัดจะเป็นการส่องกล้อง และการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ ซึ่งวิธีจะคล้ายๆกัน และอาจมีผลข้างเคียงที่ตามมา ซึ่งผู้ชายหลายคนคงรับไม่ได้แน่ๆกับผลข้างเคียงเหล่านี้

ผลข้างเคียง

  1. ถึงจุดสุดยอดแต่ไม่หลั่ง
  2. อาจทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว
  3. กระเพราะปัสสาวะอักเสบ
  4. เกิดภาวะ ทียูอาร์ ซินโดรม (สารเคมีรั่วไหลระหว่างผ่าตัด)

ยาต่อมลูกหมากโต ผลข้างเคียง ไหม?

ยาที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ และยาปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศ ซึ่งยาเหล่านี้ อาจทำให้ความต้องการทางเพศลดลง และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ และยาทั้งสองยังมีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน เวลากินยาเลยต้องกินทั้งสองตัว เพื่อประโยชน์สูงสุด โดยในประโยชน์ระยะยาว อาจช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆที่ตามมาได้ อย่างเช่น ถ่ายปัสสาวะไม่ออก หรือถ่ายเป็นเลือด เป็นต้น

ต่อมลูกหมากโต ห้ามกินอะไร และควรกินอะไร ?

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่กังวลเรื่องต่อมลูกหมากโต คือ การเลือกที่จะไม่กินของที่จะทำให้ต่อมลูกหมากโตมากขึ้น หรือ กินอาหารที่จะช่วยทำให้ต่อมลูกหมากโตลดลง

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สเปิร์ก ตัวช่วยลดต่อมลูกหมากโต

สเปิร์ก อาหารเสริมจาก เห็ดถั่งเช่าพันธุ์พิเศษ

สเปิร์ก ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ได้รับการสกัดจาก เห็ดถั่งเช่าพันธุ์พิเศษที่ควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมือนบนยอดเขาหิมาลัย การันตีมาตรฐานจาก Aloha Medicinals จากประเทศสหรัฐอเมริกา 

สิ่งที่ควรกิน

  1. ถั่งเช่า
  2. อาหารตระกูลเบอร์รี่
  3. แซลมอน
  4. ถั่ว
  5. มะเขือเทศ

สิ่งที่ไม่ควรกิน

  1. เนื้อแดง
  2. นม
  3. โซเดียม
  4. แอลกอฮอล์

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับต่อมลูกหมากโต ห้ามกินอะไร กินแบบไหนถึงห่างไกลโรคร้าย

ต่อมลูกหมากโตจัดเป็นเนื้องอกธรรมดา ที่ไม่มีอันตรายอะไรต่อร่างกาย นอกจากทำให้การใช้ชีวิตลำบากมากยิ่งขึ้น แต่การที่ต่อมลูกหมากโตขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ได้รับการดูแลที่ถูกที่ควร ก็อาจโต จนไปเบียดกับระบบปัสสาวะอื่นๆ จนนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่อันตรายอื่นๆที่มาได้ ฉนั้น ถ้าเริ่มรู้สึกว่ามีอาการ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต ก่อนจะต้องจบที่การผ่าตัดต่อมลูกหมาก ที่อาจนำไปสู่นกเขาไม่ขันได้ แต่ถ้ามีอาการนกเขาไม่ขันอยู่แล้วแนะนำให้ตามไปอ่านบทความนี้ น้องชายไม่แข็ง กินอะไรดี! 10 อย่างนี้ ต้องลอง

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

Facebook
Twitter

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ